Javascript DHTML Drop Down Menu Powered by dhtml-menu-builder.com
 
 
   
 
  ความเป็นมา
  สัญลักษณ์และคติพจน์
  เพลงองค์กร
เพลงปณิธาน ก.ส.ล.
  คณะกรรมการ ก.ส.ล.
รายนาม
อำนาจหน้าที่
  โครงสร้างองค์กร
  ผู้บริหารองค์กร
  วิสัยทัศน์ พันธกิจ
  ยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจ
  รายงานผลการดำเนินงาน
  ข้อมูลสถิติการดำเนินงาน
  สมัครงาน
  จัดซื้อจัดจ้าง
  ติดต่อเรา
   
 
และเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญหลายชนิดเป็นอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง กุ้งกุลาดำ สับปะรด ฯลฯ โดยเฉพาะข้าวนั้น ไทยเป็นประเทศผู้นำตลาดเป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้ว แต่ในขณะเดียวกันราคาซื้อขายภายในประเทศของสินค้าเกษตรหลักเหล่านี้กลับผันผวน ขาดเสถียรภาพ รัฐบาลต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรทุกปี

ที่ผ่านมาเกษตรกรมักจะปลูกสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดเดิมๆต่อเนื่องกันทุกปี อันเนื่องจากสภาพบังคับทางด้านปัจจัยการผลิต เช่น ดิน น้ำ และเมล็ดพันธุ์ เป็นต้น มีเกษตรกรบางส่วนที่รู้จักวางแผนการผลิตโดยเลือกปลูกพืชที่มีราคาดี โดยดูจากราคาในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นหลัก จึงมักเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตมีปริมาณเกินความต้องการของตลาด ราคาตกต่ำ และเกษตรกรต้องเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่เสมอ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เกิดข้อมูลราคาสินค้าเกษตรในอนาคตที่เป็นเครื่องมือช่วยให้เกษตรกรนำไปวางแผนการผลิตได้ นอกจากนั้นเกษตรกรยังสามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรได้ ด้วยกระบวนการซื้อขายล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า โดยอาจรวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรกร หรือ สหกรณ์การเกษตร เป็นต้น

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้พิจารณาเห็นความสำคัญของตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. 2542 และรัฐสภาได้ผ่านความเห็นชอบตราเป็นกฎหมายและมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2543 ส่งผลให้เกิดองค์กรขึ้น 2 องค์กร คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 และตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2544 โดยในช่วงแรกได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) วงเงิน 600 ล้านบาท ในการดำเนินการจัดตั้ง นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้สนับสนุนบุคลากรจำนวนหนึ่ง ช่วยปฏิบัติงานในช่วงการจัดตั้งและเปิดให้มีการซื้อขายล่วงหน้า

หากจะมองไปรอบตัว บางประเทศมีการจัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นเวลาร้อยกว่าปีมาแล้ว แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านของเราเช่น มาเลเซียเป็นประเทศผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน ก็มีตลาดล่วงหน้าปาล์มน้ำมัน ญี่ปุ่นที่ใช้ยางในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์จำนวนมากก็มีตลาดค้ายางล่วงหน้า หรือแม้แต่สิงคโปร์ซึ่งไม่ได้เป็นทั้งผู้ผลิตหรือผู้ใช้ยางก็มีตลาดยางล่วงหน้าซึ่งทั่วโลกใช้เป็นราคาอ้างอิง ดังนั้นจึงสามารถแบ่งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้ 3 ประเภท คือ ตลาดผู้ใช้ ตลาดผู้ผลิต และตลาดผู้ค้า สำหรับประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลกเราจึงต้องวางตัวเองเป็นตลาดผู้ผลิต

ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยจะเป็นการเริ่มต้นที่จะเสริมสร้างให้ระบบกลไกการตลาดสินค้าเกษตรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความมีเสถียรภาพในด้านราคาสินค้าเกษตรในระยะยาว มีส่วนช่วยให้ภาครัฐสามารถลดภาระและประหยัดงบประมาณในการช่วยเหลือเกษตรกรได้ และในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก หากราคาสินค้าเกษตรในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยสามารถเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลกในอนาคต ก็จะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจภาคเกษตรของไทยอย่างยั่งยืนต่อไป